ห่างหายโพสบล๊อกมาสักพัก เพราะเดินทางกลับบ้านที่เมืองไทย ดีใจได้กลับมาเยี่ยมบ้าน เจอแม่ เจอพี่น้อง เจอเพื่อน อากาศเมืองไทยร้อนอบอ้าวมาก
แต่ตอนนี้กลับมาสู่บรรยากาศเดิมๆที่โคลัมโบอีกแล้ว อากาศโคลัมโบ ดีกว่ากรุงเทพ ร้อนไม่มาก มีลมจากทะเลมาเป็นระยะๆ
ยามสุดสัปดาห์ไม่่รู้จะไปไหนดี เราก็ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ในโคลัมโบนี่แหละ มีอะไรให้ดูเยอะกว่าที่คิด จะเข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ ต้องซื้อตั๋วด้วยค่ะ คนต่างชาติต้องจ่ายค่าตั๋ว 600 Rp แต่คนศรีลังกาหรือผู้ที่มี Resident Visa จ่าย 30 RP
พอเราย่างเข้าประตู้รั้วพิพิธภัณฑ์เข้ามา ก็เจอต้้นไทรใหญ่
ในเมืองโคลัมโบ จะเห็นต้้นไทรใหญ่ๆ อย่างนี้เยอะมาก
มีพระพุทธรูปสีขาว สร้างได้สวยเหมาะกับต้นไม้
ให้ดูความใหญ่ของต้นไม้ เมื่อเทียบกับคนยืน
นี่คือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติศรีลังกา ในโคลัมโบ
การจะเข้าชมภายใน เขาห้ามถ่ายรูป แต่ถ้าเราอยากจะถ่ายรูป ต้องจ่ายเงิน 250 Rp สำหรับถ่ายรูป เราเลยจ่าย เพื่อจะเก็บภาพให้มากที่สุด
ป้ายนี้บอกประวัติของสถานที่ไว้ว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อ คศ 1876
สร้างโดย Sir William Henry Gregory ผู้ว่าเมือง Ceylon ชาวอังกฤษ ในสมัยที่ศรีลังกายังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
ด้านหลังอาคารจะมีรูปปั้นของผู้สร้างพิพิธภัณฑ์ Sir William Henry Gregory
เราเข้ามาดูข้างในอาคารพิพิธภัณฑ์กันดีกว่าค่ะ มีทั้งหมด 2 ชั้น
ส่วนใหญ่ของโบราณที่น่าสนใจจะอยู่ชั้น 1 เกือบทั้งหมด
ก้าวแรกที่เข้าประตูพิพิธภัณฑ์ ก็เจอพระพุทธรูปนี้ ทำจากหิน
ไหเซรามิคโบราณ ที่ค้นพบ
มีการพัฒนาขึ้นต่อมา โดยใช้เครื่องมือทำเซรามิค
แผนภาพการเคลื่อนย้ายกลุ่มเผ่าพันธ์มนุษย์ เชื่อกันว่าคนท้องถิ่นในเกาะศรีลังกาอพยพมาจาก อาฟริกา เมื่อหลายหมื่นปีก่อน โดยเดินทางข้ามมาทางอินเดียใต้ แล้วเข้าสู่เกาะศรีลังกา
God Surya
from Anuradhapura 10th Century AD
Goddess Durga
from Anuradhapura 10th Century AD
Buddha Image (งานจำลอง)
8th centaury AD from Vallipuram-Jaffna
พระพุทธบาท จำลอง
Replica of Buddha Footprint
2-3 century AC from Vavuniya
Roman Clay Pot
4 Century AC - Anuradhapura
Evolution of the Sinhala Cript
การพัฒนาตัวอักษร สิงหล ตั้งแต่ 3 BC - 15 AC
เราจะเห็้นเจดีย์ในศรีลังกาเป็นทรงกลมแบบนี้มากมากย ภาพนี้เขาอธิบายว่า ข้างในมีอะไรบ้าง
ข้างในจะเก็บพระธาติให้ผอบสีทอง มีฐานเป็้นอิฐบล๊อก 7 ชั้น
ในเจ็ดชั้นนี้ จะแบ่งคร่าวๆ เป็น ชั้นสวรรค์ มนุษย์ และ เมืองพญานาค
นี่เป็นคำอธิบายภาษาอังกฤษ แปลกันเอาเองนะค่ะ
Goddess Tara
the consort of Avalokitesvara
Bodhisattava Sandals
รองเท้่ารูปปั้นพระโพธิสัตว์ ทำด้วยบรอนซ์ เชื่อว่าเป็นรูปปั้นสูง 3 เมตร แต่เหลือแค่่รองเท้า
Avalokitesvara Bodhisattava Tiriyaya
9th Century AC
Bronz - Hollow cast
Bohisattava Maitreya
9th-10th century AD, fromThuparama Vatadage complex, Anuradhapura
ท่ามือ หรือ Mudra และท่านนั่ง หรือ Asana ของพระโพธิสัตว์ต่างๆ
รูปแบบของสถูปต่างๆ
Standing Buddha
9th century AD, from Veheragala, Anuradhapura
Mahayana Bodhisattava Avalokitesvara
9th century , from Veheragala, Anuradhapura
อุปกรณ์ใช้ในก่อสร้าง เช่นตะปูอันใหญ่ พบที่ Abhayagiriya และ Sigiriya
ที่ประตูทางเข้าวัด เราจะเป็น นายประตู หรือ Guard Stone
และฐานเหยียบครึ่งพระจันทร์ Half Moon อย่างนี้
Guard Stone
พระพิฆเนศร์
ระบบเก็บน้ำ Bisokotuva constitute สร้างโดยวิศวกรชาวศรีลังกาในสมัยโบราณ
เป็นระบบน้ำที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เกิดขึ้นครั้งแรกในโลกที่ศรีลังกา
เครื่องชามจากจีน มีการค้าขายสมัยราชวงศ์ซุง 960-1279 AC
Parvati Saint
11th-12th century AC, from Siva Devale No.4, Polonnaruva
Candikesvara Saint, the most popular Saiva saint
12th century AC, from Siva Devale No.5, Polonnaruva
Lankatilaka
สถานที่บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการสร้างที่สูงที่สุดประมาณ 5 ชั้น ที่ Polonnaruva
สร้างโดย King Pararamabahu สร้างด้วยอิฐ และมีหล้งคา
เครื่องมือแพทย์สมัยโบราณ เป็้นกรรไกร
12th century AC, from Polonnaruva
ภายในพิพิธภัณฑ์ ชั้น 1
ภายในพิพิธภัณฑ์ ชั้น 1
เรากำลังอ่านข้อมูล และภาพถ่าย สถานที่โบราณต่างๆ ในเกาะศรีลังกา
เผื่อมีโอกาสได้ไปชม
เครื่องบริขารใช้ในพิธีต่างๆ มีช้อน ถาด ทำจากดิน
12th century AC, from Polonnaruva
Siva-Nataraja Saint (Hindu)
12the-13th century AC, from Siva Devale No.5, Polonnaruva
Sundaramurtiswami Saint (Hindu), one of the Siva Saint
11th-12th century AC
Saiva Saints (Siva-Bhaktas) , Hindu
6th-10th century AC
ที่ขูดมะพร้าว
เครื่องประดับฝา
เครื่องมือคำณวนเวลาโบราณ โดยใส่น้ำที่กระโหลกมะพร้าวแกะสลัก ใต้กะโหลกมะพร้าวมีรูเล็กๆ น้ำที่หยดลงถ้วย ถ้าถ้วยใหญ่เต็ม ก็ถือเป็นเวลาชั่วโมง ถ้วยเล็กก็เป็นกี่นาทีก็ว่าไป
ถาดพร้อมช้อน
ช้อนใหญ่
ที่แขวนมีด แขวนช้อน
Dutch Swords
Chunam boxes
Betel Pounders
Arecanut Slicer
Betel stool tray
Jewelry boxes
Decorated brass panels
Sinhalese Ceremonial swords
Ceremonial Knives มีดที่ใช้ในพิธีกรรม
Sword of Buvanekabahu of Yapahuva.
นี่เป็นคัมภีร์เกี่ยวกับศาสนาฮินดู เพื่อบูชาพระวิษณุ (Nayanar)
ในคัมภีร์นี้ บันทึกเป็น 3 ภาษา มีภาษาทมิฬ ภาษาเปอร์เซีย และภาษาจีน
ยอดเจดียน้อยที่อยู่ภายในเจดีย์ใหญ่
เซรามิค ขนส่งทางเรือมาจากจีน
เซรามิคในท้องถิ่นศรีลังกา
18th AD.
ผลิตภัณฑ์ทำจากงาช้าง ชิ้นนี้เอาไว้ใส่ยา
ตาชั่งน้ำหนัก ของ กษัตริย์ Rajasimha I แห่งเมือง Sitavaka
เก้าอี้พระที่นั่งของ กษัตริย์ Wimala Dharmasuriya II ซึ่ง ผู้ปกครอง Thomas Vanree ชาว Dutch ได้ถวายให้ในปี คศ 1693
ที่นั่งนี้ใช้ต่อมาโดย กษัตริย์ 6 พระองค์ องค์สุดท้ายคือ กษัตริย์ King Sri Wickrama Rajasinghe เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของศรีลังกา หลังจากกษัตริย์ถูกจับโดยทหารของอังกฤษในสมัยนั้น ดาบ เข็มขัด คฑา และเก้าอี้นี้ ก็ถูกส่งไปอังกฤษ ต่อมาก็ถูกส่งกลับมาศรีลังกาอีกครั้ง ในปี 1934
พานทอง ของกษัตริย์ เป็นทองแท้
เครื่องประดับต่างๆ ของกษัตริย์ เป็นทองแท้ทั้งหมด
เครื่องประดับทองแท้
ผลิตภัณฑ์ในสมัยนั้นทำด้วยงาช้าง มากมาย เช่นกล่องต่างๆ
เครื่องใช้ และ ที่ประดับฝาผนัง
แม้แต่ของใช้ของสงฆ์ ทีใช้ในพิธีต่างๆ เช่น พัดในพิธี ขลุ่ย ที่ฉีดน้ำหอม
นี่เป็นส้วมในวัดของศาสนาพุทธ
วัดของศาสนาพุทธในสมัยนั้นมีการจัดสุขอนามัยที่ดี ดูจากส้วม และห้องอาบน้ำ จะมีช่องพักน้ำเสีย
มีบ่อส้วมใต้ดิน
มีช่องระบาย พร้อมที่เหยียบ ทั้งหมดนี้ ทำด้้วยหิน
สิงเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ที่ถูกสุขอนามัยของพระสงฆ์ต่างๆในสมัยนั้น
เทพเจ้าวัว (ฮินดู)
พระพิฆเนศ (ฮินดู)
พระศิวลึงค์ (ฮินดู)
ยานพาหนะของพระพิฆเนศ
พระเจ้าองค์หนึ่งของฮินดู
หลักการวัดเพื่อสร้างพระพุทธรูป
ศิลปการสร้างพระพุทธรูป
หลักการหาจุดสมดุลย์ ของพระพุทธรูป
พระพุทธบาทที่ค้นพบในที่่ต่างๆ
พระพุทธรูปองค์นึงทรงยืน ทำด้วยหิน
พระโพธิสัตว์
9th century AC
นี่เป็นชั้นสองของพิพิธภัณฑ์ ไม่มีอะไรมาก มีแต่เครื่องประดับที่ขุดพบเจอ หรือรวบรวมจากที่ต่างๆ
Courtesy: A.K.C. Coomaraswamy
Mediaeval Sinhalese Art
Courtesy: A.K. Commaraswamy
Mediaeval Sinhalese Art
Elephant & Swastika coins
1st BC - 4th AD
Punch - marked coins
2nd BC - 6th AD
Dutch coins ( 1660-1796 AD)
Portuguese coins ( 1505-1658 AD)
Coins minted in Holland colonies
British coins ( 1796-1948 AD)
ธงของหมู่บ้านหนึ่งในสมัยก่อน
ธงโบราณ สิงโตรูปหัวคน
นี่ก็ธงโบราณ
อันนี้น่าสนใจ อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ศรีลังกาท่านหนึ่งบอกว่า นี่เป็็นธงประจำชาติดั้งเดิมของประเทศศรีลังกา และต่อมาพัฒนาเป็นธงอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ คือสิงโตถือดาบ
ให้ดูเปรียบเทียบ ธงศรีลังกาปัจจุบัน
ปืนใหญ่
นี่ก็เป็นปืนใหญ่
ปืนสม้ยก่อน
จำลองฉากการทำการเกษตรของคนท้องถิ่น ก็เหมือนบ้านเรา
นี่ก็ภาพฉากจำลอง การเก็บข้าวในยุ้งข้าว
รองเท้าแตะ
ป้ายนี้น่าสนใจ เขาบอกว่า บิดาแห่งประเทศศรีลังกาคือ The Hon D.S. Sennayaka (Ministry of Agricultural & Land) ผู้ซึ่ง นำแท๊งค์น้ำและสร้างที่เก็บน้ำมากมายให้แก่ประชาชนและชาวนา เพื่อฟื้นฟูการเกษตร หลังจากที่พ้นจากการปกครองของอังกฤษแล้ว
เพราะในช่วงอังกฤษปกครอง เกือบศตวรรษเป็นช่วงแห่งความมืดมน ไม่มีใครดูแลประชาชน อยู่กันแบบลำบากยากเข็ญ
นี่เป็นภาพวาดของบิดาของ The.Hon D.S. Sennayaka อีกที สูงเท่าคนจริง
ประเพณีหนึ่งของคนศรีลัังกาคือการระบำหน้ากาก หน้ากากมีหลายประเภท
นี่เป็นแบบใหญ่สุด
แบบธรรมดา
หน้ากากแบบทรงสูง คงจะหนักน่าดู พวกนี้ทำจากไม้
หมดละ ไม่มีอะไรดูต่อละ ใช้เวลาก็ เกือบ 3 ชั่วโมง ในการชมและเก็บภาพ
เดินมาด้านหลัังพิพิธภัณฑ์ ก็จะเห็นแท่นอะไรก็ไม่รู้ เขาไม่ได้ติดป้ายบอกอะไร
จบละค่ะ สำหรับการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ยังดีนะที่ชาวอังกฤษมีการสร้างไว้ ไม่งั้นการศึกษาประวัติ หรือรวบรวมมรดก ของโบราณต่างๆ คงกระจัดกระจาย เพราะคนศรีลังกา คงไม่มีความรู้เท่าไหร่ในสมัยนั้น
ยังมีสถานโบราณทางภาคเหนือของศรีลังกาที่่น่าสนใจ สักวันเราจะไปเยี่ยมชม :-)





















































































































No comments:
Post a Comment