Thursday, May 10, 2012

เดินทางไปเมือง Kandy & Tooth Retic Temple


วันที่ 18 เมษายน เราเดินทางด้วยรถไฟ วันที่เดินทางเป็นวันหลัง long new year holidays ไปแล้ว ที่นี่เขาใช้ปฎิทินพุทธเหมือนไทย คือวันปีใหม่ 13-14 เมษายน ตอนแรกก็คิดว่าคนจะกลับไปทำงานหลังหยุดยาว คาดว่าคนจะเดินทางน้อยลง แต่กลายเป็นว่า คนยังเดินทางกันมากมายทั้งไปและกลับทำให้เราต้องเบียดเสียดชาวบ้านขึันรถไฟ ถึงแม้จะเป็นรถไฟชั้นสอง ก็ไม่มีการ fix ที่นั่งนะ ต้องแย่งเขาเอา โชคดีที่เราได้ที่นั่ง ไม่งั้นคงได้ยืน 6 กว่าชั่วโมงจนถึง Kandy

ที่สถานีรถไฟกลาง Central Train Station  ป้ายบอกราคาไป Kandy 190 rp


คนเยอะ เยอะ


ได้นั่งบนรถไฟละ ชมวิวนอกหน้าต่าง เมื่อนั่งมาได้ ประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า เริ่มเข้าเขตพื้นที่สูง

เห็้นภูเขาหัวตัด ไกลๆโน่นไม๊ สวยดี


พอถึงตัวเมือง Kandy คนก็ลงมากมาย ภาพนี้ถือว่าคนค่อนข้างเยอะนะ ปกติไม่เยอะอย่างนี้

จุดมุ่งหมายจริงๆที่จะไปคือ Sigiriya แต่ก่อนไป Sigiriya เราต้องมาลงรถไฟที่ Kandy แล้วก็หาที่พัก ที่พักจองล่วงหน้าทาง internet ไว้แล้ว เป็น Guest House ชื่อ Palm Garden Guest House เราดูจาก Japanese Tourism Guidebook เขาแนะนำว่าที่นี่ดี สถานที่ก็พอใช้ได้นะ เจ้าของก็ดูแลเราดี มารับที่สถานีรถไฟด้วย ถ้าสนใจก็ เวปนี้เลย www.palmgardenkandy.com ข้อเสียของที่นี่คือ  หายาก แต่เจ้าของเขาจะคอยดูแลรับส่งให้เราเข้าเมือง



เข้าที่พัก  Guest House ในศรีลังกาจะประมาณนี้ ไม่หรูหรา มีเตียง มีมุ้ง มีน้ำอุ่น มีโต๊ะ มีที่ตากผ้า  อาจจะมีทีวี (แต่ไม่ค่อยมีสัญญาณให้ดู) ประมาณนี้ ส่วนพวกสบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน น้ำดื่ม ผ้าขนหนู ให้ใส่กระเป๋าเดินทางไปเลย ส่วนใหญ่ไม่มีจัดให้


ในตัวเมือง Kandy จะมีบึงขนาดใหญ่ 


ตัวเมือง ย่าน downtown

มี Food City Supermarket กับ Kentucky ด้วย

กลับมาที่บึงกัน น้ำใสๆ เห็นตัวปลา


อีกฝั่งของบึงก็เป็้นเนินเขา มีโรงแรม และ guest houses มากมายบนเนินเขา


คนมาเดินเล่นรอบบึง








รั้วเหล็กด้านซ้ายก็คือวัดที่เป็นที่นับถือมาก คือ Temple of Tooth Relic 
ซึ่่งเป็นที่เก็บพระธาตุ (ฟัน) ของพระพุทธเจ้า


แอบถ่ายข้างในวัด จากรั้่วข้างนอก แต่เดี๋ยวเราจะเข้าไปในวัดแน่นอนค่ะ

ใกล้ๆกับบึงก็จะเป็นโรงแรงเก่าที่นี่แหละ สร้างสมัยอังกฤษปกครองที่นี่


พระพุทธรูปบนเขาบริเวณตัวเมือง Kandy นั่นแหละ ภาพนี้ซูมเอา 
เหมือนเมืองไทยเนอะ  ชอบสร้างพระพุทธรูปบนเขา

ในเมือง Kandy อีกมุมนึง


เอาละ เราจะเริ่มเข้าวัดกันละ เขาเปิดตอนค่ำด้วย จนถึง 3 ทุ่ม นี่คือประตูทางเข้า 
ตอนนี้เริ่มพลบค่ำแล้วค่ะ

นี่คือด้านนอกวัด 


ทางเข้าก็ดูดี นะ


แต่ข้างในก็งั้นๆ มีนักดนตรีพื้นเมืองแสดงโชว์  2-3 คน ไม่ค่่อยมีใครสนใจพวกเขาเท่าไหร่


แต่คนจะมามุงกัันนี้มากกว่า


มายืนดู ยืนไหว้ ที่ๆเก็บพระธาตุ พระทนต์ (ฟัน)ของพระพุทธเจ้า 


ประตูตรงกลาง เล็งเข้าไปข้างใน นั่นแหละที่เก็บพระธาตุ แต่ตอนเข้าไปไหว้ ห้ามถ่ายรูปนะ 


เล็งไม่เหนก็ดูรูปเอาละกัน นี่คือรูป ที่เก็บพระธาตุ 

คนมากมายพยายามซูมถ่ายรูปจากด้านนอก เราก็พยายาม ทำได้แค่นี้แหละ

คนมุงกันมากมายเพื่อดูที่เก็บพระธาตุ ไม่ได้เห็้นพระธาตุจริงๆหรอกนะ เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องของความเชื่อ คนต่างชาติที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ อาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่ชาวศรีลังกา เขาศรัทธากันมาก

พอเสร็จจากตรงพระธาตุ เราก็มาเดินชมส่วนอื่นๆ ของวัด

ห้องนี้ก็เป็้นห้องพระ  ไว้ทำอะไรหนะเหรอ? 


ก็ไว้โชว์พระ

แล้วก็พระ และตู้บริจาคเงิน

ภาพประดับข้างฝา ถ่ายมางั้นๆแหละ

เขาว่าเป็นพระไตรปิฎก เก่าแก่ที่สุดที่เคยมีมี ทำจากใบ Ola จำนวน 1600 หน้า สมัย Kurunagala


นี่อีกห้องนึง ก็ดูเหมือนทางวัดจะพยายามให้มีอะไรโชว์นักท่องเที่ยว ด้วยการจัดห้องมีพระพุทธรูปเยอะๆ และตู้บริจาคเงิน วันที่ไป เห็นพระสงฆ์รูปนึงยืนนับเงินอยู่  ที่นี่ก็เป็นพุทธพานิชเต็มตัวไปซะแล้ว

ยังมีหนึ่งความงาม คือแกะสลักไม้ที่ประตู สวยดี เลยถ่ายรูปมา


นี่คือห้องโถงใหญ่ เข้าใจว่าเป็้นโบสถ์


ก็พอมีอะไรให้ดู แต่ไม่ใช่ของโบราณ

เช่นภาพประวัติการได้มาของพระธาตุ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าสวรรคต

ประวัติการนำพระธาตุจากอินเดีย มาสู่เกาะศรีลังกา

ด้านนอกก็จะมีโบสถ์นึง ศิลปเหมือนวัดฮินดูโบราณในประเทศเนปาลเป๊ะ เลย


ทางขึ้นบันได ถ่ายมาเล่นๆ 


ออกมานอกวันแล้ว ก็ยังมีวัดเล็กๆ อีกที่นึง


จะกลับละ ถ่ายรูปด้านนอกอีกครั้ง 

รวมๆแล้ว ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องเสียค่าตั๋ว 2000 Rp ต่อคน ค่อนข้างแพงนะสำหรับความคาดหวังในราคาค่าตั๋วนี้   และทุกคนต้องถอดรองเท้าเข้าวัดตั้งแต่ประตูใหญ่เลย พื้้นก็ไม่ได้สะอาดเลย 

สิ่งที่เขาโปรโมท คือ Tooth Relic หรือพระธาตุฟัน ของพระพุทธเจ้า ที่ชาวพุทธศรัทธา แต่ก็ได้ชมแค่ด้านนอก  ส่วนอาคารและรูปพระพุทธรูปต่าง ก็ไม่ใช่ของโบราณ  ตัววัดเก่าแก่ก็จริง แต่การดูแลรักษาหรือการบูรณะก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ 
แต่ไปถึง Kandy ไม่เข้าไปดู ก็จะเสียเที่ยวเปล่าๆ เนอะ...... 


No comments: