วันหยุด Visak Poya Day หรือวันวิสาขบูชา 5-7 พฤษภาคม เราก็ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนรุ่นพี่คนนึงที่อาศัยอยู่โคลัม เขาชวนไปเที่ยว ไปกับรถส่วนตัวเขา โปรแกรมเที่ยวคือเมือง Nuwara Eliya อยู่ภาคกลางของศรีลังกา เขาว่าเมืองนี้สวยและอากาศเย็น และทริบการเดินทางนี้ก็เกิดขึ้น :-)
เมือง Nuwara Eliya อยู่บนภูเขาสูงประมาณ 2000 เมตร มีอากาศเย็น หรือหนาว ตลอดปี เป็นเมืองปลูกชา และมีโรงงานผลิตชาจำนวนมาก มีสถานที่ต่างๆ ที่สร้างโดยชาวอังกฤษในปี ศตวรรษที่ 18 ซึ่งหมู่่บ้าน สิ่งก่อสร้างต่าง โรงแรม สร้างโดยชาวอังกฤษสมัยนั้น บรรยากาศเมืองจึงเต็มไปด้วยสปัถตยกรรมของชาว Victorian และสวนดอกไม้สไตล์อังกฤษ ดังนั้น Post นี้จะเต็มไปด้วยรูปดอกไม้
เพราะอดไม่ได้ที่ต้องถ่าย
การเดินทางจากโคลัมโบ ใช้เวลาทั้งหมด 8 ชั่วโมง ด้วยระยะทางแค่ 160 กม ที่ช้าก็เพราะถนนแคบ เป็นเลนส์สวนตลอดทาง และขึ้นเขาวนไปวนมาตลอด เดินทางระหว่างจังหวัดในศรีลังกาจะไม่มีถนน 4 เลนส์ เหมือนไทยเรานะ ถามรถเยอะมากด้วย นั่งรถจนเพลียเหนื่อยไปเลยหละ
ระหว่างทางเราก็หยุดพักที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ร้านนี้อยู่ริมแม่น้ำใหญ่ท่ามกลางหุบเขา
ตัวนี้ก็เที่ยว เอ้ยไม่ใช่ เขามาต้อนรับเรา
เนื่องจากวันหยุด คนศรีลังกาเองก็เที่ยวเหมือนกัน
ร้านอาหารนี้มีรีสอร์ทติดแม่น้ำด้วย น่ามาพักมาก บรรยากาศดีทีเดียว
สวนหน้าห้องพักพร้อมแม่น้ำตามธรรมชาติ
แมวหางดำตัวขาว สวยดี
และเราก็เดินทางต่อ ชมวิวข้างทาง เต็มไปด้วยไร่ชา
สวยอย่างนี้
ขับรถผ่านปราสาทชา Tea Castel St.Clair สวยอลังการณ์ เลยต้องจอดรถแวะดู
เช็คไปมาเลยทราบว่า ปราสาทแห่งนี้สร้างโดยคนอังกฤษที่เป็นเจ้าของโรงงานชาแห่งหนึ่ง
มิน่าละ มีงบสร้างซะสวย
ชมรอบนอก ปราสาท เขาปลูกดอกระฆังได้งามมาก ขอถ่ายรูปหน่อย
บริเวณรอบๆปราสาท
จะเข้าไปดูข้างในปราสาทละ
พอเข้ามา ก็เป็นร้านชา แบบ open air นั่งจิบชาชมภูเขาและไร่ชา
พร้อมอากาศเย็นๆ สบายๆ บรรยากาศดีสุดๆ
ด้านในก็เป็นพิพิธภัณฑ์ชา นี่เป็นเครื่องผลิตชา
มองมาจากปราสาท
ประตูทางออกปราสาท
แล้วเราก็เดินทางต่อ เจอวิวสวยๆ มีน้ำตกเป็้นระยะๆ เห็้นน้ำตกเล็กๆ แต่ของจริงๆใหญ่มากนะ
นี่เป็้นโรงงานชา แต่ไม่ได้แวะ เพราะค่ำแล้ว
จอดที่จุดชมวิวแห่งหนึ่ง มีต้นสนยืนตระหง่าน สูงใหญ่มาก
นี่ก็อีกน้ำตกนึง ไหลเป็นทอด ภาพนี้ซูมเอานะ น้ำตกแต่ละที่ใหญ่มาก
หมู่บ้านบนเขา คนที่อยู่ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านทั่วไป
และมีคนญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศที่มาทำงานสร้างเขื่อน
นี่คือเขื่อน กำลังสร้างเพื่อกักน้ำในการทำไร่ชา โปรเจ็กนี้สร้างโดยบริษัทญี่ปุ่น
บรรยากาศยามพลบค่ำ นกบินกลับรัง
ต้นอวาคาโด้ มีเยอะแยะ ตามข้างทาง คนก็เก็บลูกอวาคาโด้มาขาย
ได้ซื้อมาถุงนึง สิบลูก 150 RP หรือ ประมาณ 40 บาท ถูกๆ
และแล้วก็มาถึงที่พัก Guest House ที่เราจองไว้ ชื่อ Pello Lake Resort ราคานะ 160 ดอลล่าร์ สำหรับ 2 วัน พร้อมอาหารเช้า
แต่ที่นี่ดีหน่อย มีน้ำอุ่น มีกาน้ำร้อน กับเครื่องชงให้ มีสบู่ ยาสระผม ให้ด้วย แต่คะแนนรวมที่ให้คือ 5 เต็ม 10 เพราะ ห้องพักกับห้องน้ำ มีกลิ่นท่อระบายน้ำ และมีแมลงวันไปทั่วอาคาร แต่การบริการของพนักงานค่อนข้างดี เอาใจใส่ลูกค้าดี
สมาชิกในการเที่ยวครั้งนี้
บรรยากาศรอบๆ Guest House ที่พัก
อีกมุมนึงของที่พัก ก็เห็นไร่ชาแล้ว
นี่คือโรงแรมที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า Grand Hotel
หรือชื่อทางการเรียกว่า โรงแรม Nuwara Eliya Hotel Co.,Ltd.
ประตูเข้าโรงแรม สวยงาม แต่เราไม่ได้พัก โรงแรมนี้ต้องจองล่วงหน้าเพราะเต็มตลอดเดือน
ด้านหน้าปลูกดอกไม้สีสดๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมสวนรอบโรงแรม
เราก็แค่ได้ชมสวนรอบโรงแรม ก็พอ แค่นี้ก็กินเวลา 2 ชั่วโมงได้
บรรยากาศโรงแรม สไตล์อังกฤษวิคตอเรีย
สวนสไตล์วิคเตอเรีย
ถ่ายกับพี่ที่มาด้้วยกัน
สวนแต่ละจุดสวยมาก มีการดูแลต้นไม้อย่างดี
มาชมดอกไม้แต่ละดอกกัน
สวนด้านหลังโรงแรม
ต้นไม้ใหญ่ด้านข้างโรงแรม
ต้้นใหญ่่ขนาดนี้
ดอกไม้ต่อ สวยๆ
สีดอก สีเสื้อไปกันได้
เล่นสีค่ะ
สวนด้านหลังข้างโรงแรม ทะลุออกด้านหน้าโรงแรม
พอออกจากโรงแรม Nuwara Eliya Hotel หรือ ที่เขาเรียกกันว่า Grand Hotel
เราก็มแวะที่โรงงานชาแห่งแรก
แต่โรงงานชาที่นี่ไม่สะอาด
เพราะเขากองชากับพื้น แล้วยังจะให้นักท่องเที่ยวมาชมโรงงานอีกนะ เราเลยไม่กล้าดื่มชาที่นี่
แต่ก็มีถ่ายรูปนิดนึง
แล้วเราก็มาแวะโรงชาแห่งที่สอง โรงนี้ใช้ได้ สะอาด
เป็นโรงงานเก่าแก่สม้ย ประมาณปี 1841 เจ้าของเป็นคนอังกฤษ
ชื่อโรงงาน Markwoods
ทางเข้าห้องดื่มชา ที่นี่ดื่มชาฟรีด้วย ดีตรงนี้หละ
แต่ชาเขาอร่อยจริงๆนะ
ลานนั่งด้านนอก ให้คนมาชิมชา
เอาเป็นว่า โรงงานชา Markwoods แนะนำให้เข้าไปชม
ที่เที่ยวต่อมาในตอนบ่าย เราก็ไปชมสวนดอกไม้ขนาดใหญ่
ชื่อ Botanic Garden- Hakgala
สวน Botanic นี้ ใช้หุบเขาเป็นสวนดอกไม้ ประกอบกับต้นไม้ในเขา
จึงเหมือนสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ท่ามกลางหุบเขา ที่จอดรถจะอยู่ด้านล่างเห็นลิบๆโน่น
ต้องซื้อตั๋วเข้าด้วยนะ สำหรับนักท่องเที่ยว 1000 Rp
แต่ถ้าเป็นคนต่างชาติถือวีซ่่า Resident 1 ปี ซื้อได้ในราคา 20 Rp คนศรีลังกาซื้อตั๋ว 10 Rp
งานนี้เราประหยัดเพราะได้ตั๋วในราคา 20 Rp
พนันงานวิ่งออกมาต้อนรับบริเวณทางเดินขึ้นเขา ที่จะเข้าไปในสวน
เขาลูกโน้น เขาตัดแต่งเป็นรูปหลามตัด
วันนี้คนเยอะมาก โดยเฉพาะคนศรีลังกา
คนเยอะจนไม่เห็นสวนดอกไม้เลย
เราต้องหลบมาถ่ายรูปที่ๆไม่มีดอกไม้
นี่ดงกุหลาบ พอเจอกุหลายใหญ่ๆ สีสดๆ ขอถ่ายรูปหน่อยนะ :-)
กุหลาบงามๆ
คนเยอะไปหมด กลุ่มชุดขาวคือนักเรียนมุสลิม
ต้นไม้ยักษ์
ให้เห็นจะจะ ว่าโคนต้นใหญ่แค่ไหน
ดอกต้นตะบองเพชร ออกดอกเยอะเลย ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนนัก
กุหลาบหิน
รูปจากนี้ไปเป็นสารพัดดอก สีสวยสดใส เก็บภาพงามๆมาฝากจ้า
และแล้วก็มาถึง Japanese Garden
เอกลักษณ์คือ กาน้ำชาขนาดใหญ่
น้ำใต้ดินผุด
สวนป่าของจริง ต้นไม้ใหญ่ทั้งนั้น แต่่ละต้นน่าจะไม่ต่ำกว่า 10 ปี
เห็นคนเดินตัวเล็กนิดเดียวไม๊
ยังอยู่ในเขต Japanese Garden
ต้นนี้คือต้น Cryptomeria Japonica ที่ปลูกมากในญี่ปุ่น พอถึงฤดูใบไม้ผลิ เกสรดอกไม้ต้นนี้ จะฟุ้งกระจายไปทั่วเมือง ทำให้คนเป็นภูมิแพ้กันเยอะ
ชมป่า ชมนกชมไม้
ต้นไม้ยักษ์ อีกต้น
สวนดอกไม้ในป่าใหญ่
ใช้เนินเขาทำสวนหย่อม
เดินกว่าจะหมดสวน ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงได้ แล้วเราก็กลับที่พัก
ก่อนลงเขาไปที่จอดรถ ก็เจอดอกไม้งามๆอีกดอก
ปลูกเป็นพุ่ม เหมือนดาวกระจาย
อีกดอกที่สวยจริง ธรรมเล่่นสีได้น่ารักมาก
นี่เป็นร้านพิชซ่าที่ขอแนะนำ ถ้าได้ไป Nuwara Eliya อาหารเขาอร่อย ราคาก็พอดี
คนศรีลังกามีกำลังซื้อได้ ไม่ใช่ราคาขูดเลือดนักท่องเที่ยว แถมอาหารอร่อย
ชื่อร้าน Governors Chalets ถ้าใครได้ไป Nuwara Eliya ไปกินพิชซ่าที่นี่
อยู่ริมแม่น้ำกลางเมืองนั่นแหละ
เพื่อนที่ไปบอกว่า พิชซ่าอร่อยที่สุดเท่าที่กินมาให้ศรีลังกาแล้วหละ
เช้่าวันต่อมา เราก็มาเดินเล่นริมน้ำใกล้ๆที่พัก เป็นทุ่งเลี้้ยงวัว กับ ม้า
วัวกับวัว เอ้ย วัวกับคน 555
คนกับคนค่ะ
ทุ่งเลี้ยงวัวบนเนินเขา
ม้าดารา action ตลอด ตัวนี้้ยืนนิ่งอยู่นาน รอให้เราถ่ายรูป
ตัวนี้ด้วย เท่ห์เนอะ
พอดีมีเครื่องร่อนกำลังขึ้นจากน้ำ เลยถ่ายรูปซะหน่อย
ระหว่างเดินทางกลับ ก็แวะโรงงานชาอีกแห่ง โรงงานดีมาก มีสวนชาให้เดินชมด้วย
เราสามารถเข้าไปในสวนชานี้ได้เลย เจ้าของโรงงานเป็นเจ้าของคนเดียวกับปราสาทชา
ที่เราแวะกันวันแรก
ระหว่างทางกลับ เรากลับทางเมือง Kandy มีผักสดจากชาวไร่มาขายข้างถนนเป็นระยะๆ
ถูกและสด อดไม่ได้ ต้องซื้อตุนไว้ กะเอาไปทกิมจิซะหน่อย
ระหว่างทางกลับก็มีเขาไร่ชาให้ชมตลอดทางจนถึง Kandy
พอใกล้เข้าเมืองโคลัมโบ จะเริ่มเห็นเขาประดับไฟอย่างนี้ เนื่องในวัน วิสาขบูชา
ตามถนน วัด และบ้านคนก็ประดับไปด้วยโคมกระดาษ ไฟกระพริบ และ
แป้นพระพุทธรูปประดับไฟ คล้าบยปาจิงโกะแบบนี้
แป้นไฟพระพุทธรูปนี้ ใหญ่และสูงพอๆกับชิงช้าสวรรค์นะ ดูในภาพดีๆ จะเห็นคนเยอะแยะยืนดูไฟ
คนก็ออกมาเดินชมไฟ ไหว้พระ
คนศรีัลังกาชอบแสงสีเสียง สำหรับงานบุญ
โคมไฟ มีการทำโคมไฟกระดาษแข่งขันกันด้วย
และแล้วก็ถึงบ้านเกือบ 4 ทุ่ม หมดแรงพอดี
ขอบคุณสำหรับดูโพสนี้นะค่ะ ยาวมากและรูปเยอะมาก อยากแบ่งให้เพื่อนๆได้ดู เผื่อสนใจมาเที่ยวบ้าง :-)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)




.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)






























.jpg)












































.jpg)
.jpg)










.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
