Thursday, April 12, 2012

แผ่นดินไหวสุมาตรา 11-April-2012

เมื่่อวันที่ 11 เมษายน 2012 ที่ผ่านมา พอเราได้รับข่าวจากมือถือส่ง sms เข้ามา ว่ามีแผ่นดินไหว 8.6 ริกเตอร์ที่เกาะสุมาตรา  เราก็รีบกลับบ้านทันที แผ่นดินไหวแรงขนาดนี้ หลายแหล่งก็คาดคะเนกันว่า อาจจะเกิดสุนามิ เหมือนในปี 2004 ที่ ซึ่งในปีนั้นมีคนตายประมาณ 170,000 คน ในหลายๆประเทศรอบๆ มหาสมุทรอินเดีย เฉพาะศรีลังกาตาย 40,000 คน

เรามาถึงบ้านก็รีบเปิดดูข่าว CNN  &  BCC ทันที ติดตามข่าวทางประเทศไทยด้วย ที่เขาโพสมาเฟสบุค อยู่ตลอดไม่ห่าง ในศรีลังกา   เขาว่าสุนามิจะมาถึงโคลัมโบประมาณ บ่าย 4 โมงเวลาท้องถิ่น



เราก็เตรียมแผน ถ้าน้ำมา ก็คงวิ่งหนีขึ้นดาดฟ้าชั้น 3 อพาทเม้นมี 3 ชั้น เราอยู่ชั้น 2    เจ้าหน้าที่เขาเตือนว่า น้ำที่จะมาโคลัมโบ น่าจะแค่ประมาณ ตาตุ่ม ไม่น่าห่วงอะไร แต่ที่จะโดนหนัก (เหมือนปี 2004) ก็คงเป็นชายฝั่งตะวันออกของเกาะศรีลังกา และทางใต้ ( หรือจังหวัดโกล Galle) ที่เป็นเมืองท่องเทียว

ตอนนั้นที่เรามาถึงบ้านก็ประมาณ บ่าย 2  คนในซอยที่อพาทเม้นท์ เงียบมาก พวกเขาออกนอกโคลัมโบ หรือไปอยู่ตามตึกสูงๆกันแล้ว  คนศรีลังกามีประสบการณ์สุนามิกันมาแล้ว พวกเขามีการเตรียมความพร้อมระดับนึง

มองจากอพาทเม้นท์ที่พัก ชั้น 2 มองเห็นทะเล เฝ้าสังเกตุการณ์น้ำ


ต่อมาก็มีข่าวอีกว่า After Shock แผ่นดินไหวอีก 8.2  แรงทีเดียว ที่โคลัมโบก็รู้สึกสั่นนิดๆ นะ ทำให้คนยิ่งกลัวสุนามิมากขึ้น

พอดูข่าวที่เพื่อนๆ อัพเดทในเฟสบุค ว่าน้ำลดอย่างรวดเร็วในหลายๆจังหวัดในภาคใต้ ทำให้คนไทย รวมทั้งเราด้วย ใจไม่ค่อยดีเลย 

แต่พอเรารอเวลาบ่าย 4 โมง ก็ไม่เห็นมีน้ำมา  แล้วไม่นานก็เห็นข่าวโพสใน Google ว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติบอกว่า การเคลื่อนตัวของแผ่นดินครั้งนี้ 23 กิโลเมตรใต้ดินลงไป เป็นแบบแนวนอน จึงมีความเสี่ยงน้อยกว่าที่จะเกิดสุนามิ แต่ในปี 2004 แผ่นดินเคลื่อนแบบแนวตั้ง จึงรุนแรง   พอเห็นข่าวนี้ เหมือนพระเจ้าโปรดจริงๆ เวลาที่น้ำจะมาก็ผ่านไปแล้วไม่น่าจะมีสุนามิแล้วหละ  ถ้ามาก็มาถึงแล้ว เราก็ค่อยวางใจ รวบรวมความกล้านิดหน่อย ประมาณ 6 โมงเย็นก็เดินไปที่ชายหาดทะเลใกล้บ้าน  ไปดูน้ำทะเล  ก็เห็นน้ำทะเลสงบ เหมือนปกติทุกวันอย่างนี้


 จากนั้นอีก 1 ชั่วโมง ทางรัฐบาลก็ยกเลิกประกาศเตือนสุนามิ  ทุกอย่างปลอดภัย ให้ประชาชนกลับเข้าบ้านเรือน และมีความสุขในวันปีใหม่ 12 -13 เมษายน  


ภาพนี้ จะเห็นว่าบ้านเมืองเงียบมาก แทบไม่เห็นคนเดินในเมืองหลวงนี้ 

ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณฟ้าเบื้องบน ขอบคุณธรรมชาติ ขอบคุณพลังจิตดีๆ จากทุกคนๆ ในโลกใบนี้ ที่ทำให้โลกของเรารอดพ้นจากภัยครั้งนี้ ............

สวัสดีปีใหม่ค่ะ....  อายุบวร




No comments: